รู้ทัน ป้องกันภัย ไคโรแพรกเตอร์เถื่อน

" รู้ทัน ป้องกันภัย ไคโรแพรกเตอร์เถื่อน "

วินาทีนี้ หากเอ่ยถึงศาสตร์การแพทย์ทางเลือก “ไคโรแพรกติก” หรือศาสตร์ของการจัดกระดูกนั้น ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหม่นักในสังคมไทย ซึ่งศาสตร์ดังกล่าวนี้ เมื่อแรกเข้ามาในประเทศไทยราว 10-15 ปีก่อน ก็เป็นธรรมดาที่เรื่องสุขภาพด้านใหม่ๆ cialis pas cher จะทำให้คนไทยยอมรับ ยากอยู่สักหน่อย อาจจะเป็นเพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยของชีวิตและสุขภาพโดยตรง เช่นเดียวกับแพทย์ทางเลือกอื่นๆ เช่นแพทย์แผนจีน หรือกระทั่งแพทย์แผนไทยเอง กว่าคนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันจะยอมรับกัน ก็ต้องวิจัยแล้ววิจัยอีกจนแน่ใจว่าปลอดภัย

จนขณะนี้ จากการผลักดันของกลุ่มแพทย์ไคโรแพรกเตอร์ ทำให้กระทรวงสาธารณสุข ออกใบรับรองใบประกอบโรคศิลปะแก่ศาสตร์การแพทย์ทางเลือกไคโรแพรกติกได้เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของแพทย์ทางเลือกแขนงนี้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาในขณะนี้ก็คือ ยังไม่ทันที่ความพยายามจะสัมฤทธิ์ผลมากนัก ยังมีคนไทยอีกไม่น้อยที่ยังกล้าที่จะเลือกศาสตร์จัดกระดูกไคโรแพรกติกเป็นการบำบัดรักษาทางเลือกของตนเอง ก็ดันมาเกิดเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความสั่นคลอนความเชื่อมั่นในศาสตร์การแพทย์ทางเลือกแขนงนี้เสียแล้ว  ...ปัญหานั้นก็คือ “ไคโรแพรกเตอร์เถื่อน” นั่นเอง...         

          1 126

นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ให้ภาพการเกิดขึ้นของศาสตร์การแพทย์ไคโรแพรกติกในประเทศไทยแบบย่อๆ ว่า ศาสตร์การแพทย์ทางเลือกสาขานี้ ค่อนข้างเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ทำให้มีคนไทยบางส่วนสนใจไปศึกษาต่อในประเทศที่เปิดสอน และจบกลับมา แต่ยังไม่มีการให้การรับรองในประเทศไทย จนเมื่อช่วง 3 ปีที่แล้ว จากการรวมตัวผลักดันโดยกลุ่มแพทย์ไคโรแพรกติกที่จบจากต่างประเทศ หรือที่ถูกเรียกว่า “ไคโรแพรกเตอร์” ที่รวมกลุ่มกัน ก็ได้ผลักดันจนกระทรวงสาธารณสุขรับรองศาสตร์การแพทย์ทางเลือกไคโรแพรกติกเป็นการชั่วคราว โดยออกใบรับการประกอบโรคศิลปะไคโรแพรกติก อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะปี พ.ศ.2542 แต่เป็นการออกเป็นการชั่วคราว ไม่ได้ออกเป็นพระราชกฤษฎีการับรอง แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้แพทย์สาขาทางเลือกไคโรแพรกเตอร์มีใบอนุญาตและประกอบอาชีพนี้ได้ตามกฎหมายของประเทศไทย

 

            "ตอนนี้เรามีแพทย์ด้านไคโรแพรกติกที่ได้ใบอนุญาตฯ ถูกต้องตามกฎหมายราวๆ 30 คนทั่วประเทศ และเมื่อตัวเลขของผู้ประกอบการตามกฎหมายมีไม่มากเช่นนี้ ก็เป็นธรรมดาที่ปัญหาไคโรแพรกติกเถื่อนจะตามมา ซึ่งส่วนนี้สมาคมแพทย์ไคโรแพรกติกก็จะจัดการกันเอง ส่วนใหญ่จะเป็นการแจ้งความ เท่าที่ผมทราบ ก็คือ ส่วนใหญ่ที่เป็นไคโรเถื่อนมักจะเป็นแพทย์ไคโรแพรกติกชาวต่างประเทศ ที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทยยังไม่ถึง 3 ปี ซึ่งกฎของการสอบใบประกอบโรคศิลปะนี้ หากจะเข้าสอบได้ได้ ต้องอาศัยอยู่ในเมืองไทย 3 ปีขึ้นไป ซึ่งไคโรแพรกเตอร์ต่างประเทศเหล่านี้มีอยู่ไม่น้อยทีเดียว”         

            ผอ.สำนักการแพทย์ทางเลือก กล่าวต่อไปอีกว่า การเลือกใช้บริการการแพทย์ทางเลือกไคโรแพรกติก กับไคโรแพรกเตอร์ ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ช่วยให้คลายกังวลไปได้ระดับหนึ่ง ว่า ไคโรแพรกเตอร์นั้นๆ มีความรู้ความสามารถในศาสตร์ดังกล่าวเป็นอย่างดี แม้การรักษาทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ทางเลือก หรือแพทย์แผนปัจจุบันจะมีความเสี่ยงเหมือนกันหมด แต่การเลือกรักษากับไคโรแพรกเตอร์ที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียน ทำให้สามารถติดตามได้ว่าเป็นใคร มาจากไหน มีความรู้จริงหรือไม่ และหากเกิดกรณีอันไม่พึงประสงค์ระหว่างการรักษาก็สามารถหาผู้รับผิดชอบได้                   ในขณะที่ 1 ในไคโรแพรกเตอร์ผู้ที่ได้รับใบรับรองประกอบโรคศิลปะไคโรแพรกติกจากกระทรวงสาธารณสุขไทยอย่าง “ดร.มนต์ทณัฐ โรจนาศรีรัตน์” ให้ภาพไคโรแพรกเตอร์เถื่อนที่เกิดขึ้น ว่า สามารถแพทย์ไคโรแพรกเตอร์เถื่อนออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ ชาวต่างประเทศ หรือคนไทยที่จบการศึกษาแขนงไคโรแพรกติกมาจากต่างประเทศ ได้ใบประกอบโรคศิลปะจากต่างประเทศ แต่ประกอบอาชีพไคโรแพรกติกในเมืองไทยแบบไม่มีใบประกอบโรคศิลปะศาสตร์การแพทย์ทางเลือกไคโรแพรกติกในเมืองไทย         

            “ปัญหาของแพทย์ต่างประเทศ ที่เรากำหนดให้เขาอยู่เมืองไทยก่อน 3 ปี เพราะเราเชื่อว่าการสื่อสารที่ถูกต้องระหว่างแพทย์และคนไข้เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ดังนั้น แพทย์เหล่านี้จึงจำเป็นต้องคุ้นชินภาษาไทยก่อน นั่นเป็นเหตุผลที่เรากำหนดกฎนี้ขึ้นมา แต่ก็มีแพทย์ไคโรแพรกเตอร์ต่างประเทศจำนวนมาก ที่อยู่เมืองไทยไม่ถึงกำหนด และยังไมได้สอบใบประกอบโรคศิลปะ แต่เปิดคลินิกรับคนไข้ ซึ่งในส่วนนี้แม้ว่าแพทย์จะมีความรู้ จบมาจริง แต่การก็อาจเกิดความผิดพลาดในการสื่อสารระหว่างการรักษาได้ และช่องว่างนี้เองทำให้มีนายหน้าชาวไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัท เป็นฝ่ายทุน ไปจ้างแพทย์ไคโรแพรกเตอร์มาจากเมืองนอก แล้วก็ให้เปิดคลินิกให้บริการเพื่อหวังเงินอย่างเดียว จนบางครั้งก็มีกรณีที่แพทย์ฝรั่งก็ถูกหลอก คนไข้ก็ถูกหลอก คือไม่ใช่ทุกโรคที่ไคโรฯ รักษาได้ พอแพทย์อธิบายกับคนไข้เป็นภาษาอังกฤษเพราะพูดไทยไม่ได้ ว่าให้กลับไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน ล่ามของบริษัทก็จะแปลอีกแบบ ให้คนไข้ฟังว่าแพทย์ไคโรฯ รักษาได้ แล้วก็แปลกลับไปหลอกแพทย์อีกทีว่าคนไข้ยืนยันจะรักษากับแพทย์ไคโรของคลินิก อันนี้ก็มี ถูกหลอกกันทั้งสองฝ่าย ผลเสียก็ตกอยู่กับคนไข้”                   ส่วนไคโรแพรกเตอร์เถื่อนประเภทที่ 2 คือ ผู้ที่อ้างว่าจัดกระดูกด้วยศาสตร์ของไคโรแพรกติก แต่ความจริงไม่มีความรู้ในศาสตร์นี้ แต่อาจจะมีความรู้มาจากศาสตร์การแพทย์ด้านอื่น เช่น กายภาพบำบัด         

            “หลักการจัดกระดูกนี้มีหลากหลายแบบตามศาสตร์การแพทย์ทางเลือก อย่างของไทยก็มีนวดแผนไทย กายภาพเองเขาก็มีศาสตร์การจัดกระดูกสไตล์กายภาพ มันจะไม่ผิดเลยหากเขาขึ้นป้ายหน้าร้านว่า เป็นคลินิกจัดกระดูกแบบกายภาพบำบัด แต่ปัญหาที่เราพบคือเขาไปขึ้นป้ายหรือโฆษณาว่าเป็นศาสตร์จัดกระดูกแบบไคโรแพรกติก อันนี้มีในโรงพยาบาลดังๆ หลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งก็จะทำให้คนไข้ได้รับการบำบัดรักษาด้วยศาสตร์ที่ไม่ใช่ไคโรแพรกติกของจริง”              ในขณะที่ประเภทสุดท้าย ดร.มนต์ทณัฐ อธิบายว่า เป็นประเภทที่อันตรายอย่างยิ่ง คือ เป็นการแอบอ้างความสามารถการจัดกระดูกแบบไคโรแพรกติกด้วยผู้ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจด้านการแพทย์ใดๆ ทั้งสิ้น อาศัยเคยเห็นลักษณะการจัดกระดูกแล้วเอาไปทดลองทำซึ่งอันตรายมาก เพราะรูปแบบการจัดกระดูกแบบไคโรแพรกติกจะเป็นการบำบัดรักษาโดยทำงานกับกระดูกและข้อ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย         

       “เพื่อความปลอดภัยและผลประโยชน์ของคนไข้ หากจะเลือกใช้บริการการแพทย์ทางเลือกไคโรแพรกติก ก่อนจะเข้าไปในคลินิกไหน ต้องดูก่อนว่าแพทย์จบมาจากที่ไหน จบจริงหรือเปล่า และมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะในเมืองไทยที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ ใบพวกนี้ตามกฎทางสถานประกอบการจะต้องติดให้คนไข้ได้ทราบข้อมูล ก่อนจะเข้าไปใช้บริการก็ควรจะดูสักนิด เพื่อสวัสดิภาพสุขภาพของตัวเองครับ” ไคโรแพรกเตอร์ตัวจริงแนะนำทิ้งท้าย                       ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ